ค้นหาเลขที่ใบกำกับภาษีจีน
ดูว่าเลขใดบนใบกำกับภาษีจีนใช้ตรวจสอบเอกสาร ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายตรวจสอบบริษัทอย่างไร
ค้นหาด้วยชื่อจดทะเบียนภาษาจีนหรือ USCC แล้วเลือกบริษัทที่ตรงกับคู่ค้าของคุณ

คุณได้รับใบกำกับภาษีจากจีนและเห็นตัวเลขยาว ๆ อยู่ด้านบน จึงนำไปค้นหาเพื่อตรวจสอบเอกสาร แต่กลับไม่พบผลลัพธ์ทั้งที่คัดลอกถูกต้อง ก่อนอื่นต้องแยกให้ได้ว่าเลขนั้นระบุใบกำกับภาษี บริษัท หรือคำสั่งซื้อที่ผู้ขายตั้งขึ้นเอง
การค้นหาเลขที่ใบกำกับภาษีจีนต้องใช้เอกสารให้ถูกประเภท พร้อมข้อมูลประกอบที่จำเป็น หากเป็นฟาเพี่ยวแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ให้ใช้เลขที่ใบกำกับภาษีครบ 20 หลัก ส่วนใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มรูปแบบเดิมหลายประเภทต้องแยกรหัสใบกำกับภาษีออกจากเลขที่ 8 หลัก หากต้องการตรวจสอบบริษัทผู้ออกเอกสาร ให้ใช้ชื่อจดทะเบียนและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายแทน
บทความนี้กล่าวถึงใบกำกับภาษีของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เรียกว่า ฟาเพี่ยว เพื่อช่วยเลือกข้อมูลให้ถูกช่องก่อนเปิดแบบฟอร์มตรวจสอบ ควรเปิดเอกสารต้นฉบับไว้ด้วย เลขที่คัดลอกมาในอีเมลใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ แต่ยังขาดรายละเอียดที่ต้องใช้ตรวจสอบเอกสาร
อ่านชื่อช่องก่อนดูตัวเลข
เริ่มจากชื่อช่อง ไม่ใช่จำนวนหลัก เอกสารที่ไม่คุ้นเคยอาจมีตัวเลขยาวหลายชุดที่ดูสำคัญพอ ๆ กัน ตำแหน่งของเลขช่วยให้เดาได้ แต่ชื่อช่องที่พิมพ์อยู่เป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนกว่า
| ชื่อช่องบนเอกสาร | ข้อมูลที่ระบุ | นำไปใช้ที่ใด |
|---|---|---|
| 发票号码 เลขที่ใบกำกับภาษี |
เลขอ้างอิงของใบกำกับภาษี | แบบฟอร์มตรวจสอบใบกำกับภาษี |
| 发票代码 รหัสใบกำกับภาษี |
รหัสที่ใช้คู่กับเลขที่ใบกำกับภาษีรูปแบบเดิม | ช่องรหัส เมื่อเอกสารประเภทนั้นกำหนดให้กรอก |
| 校验码 รหัสตรวจสอบ |
ข้อมูลสำหรับตรวจสอบใบกำกับภาษีบางประเภท | ช่องรหัสตรวจสอบ เมื่อระบบร้องขอ |
| 销售方 · 纳税人识别号 ผู้ขาย · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี |
ผู้เสียภาษีที่ออกเอกสาร | การตรวจสอบตัวตนบริษัท |
ชื่อช่องภาษาจีนช่วยให้เทียบกับเอกสารได้โดยไม่ต้องแปลทั้งหน้า อย่าคัดลอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อเพียงเพราะเป็นเลขแรกที่เห็น ต้องหาส่วนข้อมูลผู้ขายให้พบก่อนนำเลขไปตรวจสอบบริษัท
ผู้ขายอาจส่งใบแจ้งหนี้ทางการค้าที่ใช้เลขอ้างอิงของตนเอง เช่น INV-2026-042 ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างเลขอ้างอิงเอกสารคำสั่งซื้อ ไม่ใช่เลขที่ใบกำกับภาษีจีน ควรถามให้แน่ชัดว่าได้รับเอกสารประเภทใด ก่อนสรุปว่าผู้ขายฉ้อโกงเพราะค้นหาในระบบภาษีไม่พบ ประเภทเอกสารเป็นตัวกำหนดว่าควรใช้การค้นหานั้นหรือไม่
เลขเดียวหรือสองช่อง
ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบเดิมกับแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบอาจแยกกันได้ยาก เพราะทั้งสองแบบส่งมาเป็น PDF ได้ แต่ข้อมูลระบุเอกสารต่างกัน ตารางเปรียบเทียบของหน่วยงานภาษีระบุว่าแบบเดิมใช้เลขที่ 8 หลัก ส่วนแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบใช้ 20 หลัก และไม่มีรหัสตรวจสอบแยกต่างหาก

ใบกำกับภาษีดิจิทัลเต็มรูปแบบต้องกรอกเลขทั้งหมดลงในช่องเดียว อย่าแยกเลขช่วงแรกไปใส่ช่องรหัสเพียงเพราะคู่มือเก่าแสดงไว้สองช่อง และอย่าเก็บเฉพาะแปดหลักท้าย การทำเช่นนั้นทำให้เลขอ้างอิงไม่ตรงกับเอกสาร
รูปแบบเดิมที่มีทั้งรหัสและเลขที่ต้องเก็บข้อมูลทั้งสองช่อง รหัสมักมี 10 หรือ 12 หลัก ส่วนเลขที่ใบกำกับภาษีมี 8 หลัก เมื่อส่งข้อมูลให้เพื่อนร่วมงาน ควรแนบชื่อช่องไปด้วย การส่งเลขสองชุดโดยไม่ระบุว่าเลขใดคืออะไรทำให้เกิดความสับสนโดยไม่จำเป็น
คู่มือ e-fapiao ภาษาอังกฤษของ AWS Chinaอธิบายจากมุมของผู้ออกเอกสารว่า รูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบใช้เลขเดียว 20 หลักแทนรหัสและเลขที่แบบเดิม แต่ยังคงชื่อและเลขทะเบียนภาษีของผู้ซื้อและผู้ขายไว้ จึงมีทั้งเลขที่ใบกำกับภาษียาว ๆ และเลขบริษัทอีกชุดหนึ่งได้ โดยไม่ได้เป็นข้อมูลซ้ำกัน
การได้รับกระดาษก็ไม่ได้บอกประเภทเอกสารแน่นอน เพราะอาจเป็นสำเนาที่พิมพ์จากเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องอ่านประเภทใบกำกับภาษีและชื่อช่องบนสำเนา ไม่ใช่ตัดสินจากการที่มีคนส่งกระดาษให้
โครงสร้างเลข 20 หลัก
ประกาศใช้ใบกำกับภาษีดิจิทัลทั่วประเทศจีนมีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2024 โดยกติกาการกำหนดเลขแบ่งเลข 20 หลักเป็นสี่ส่วน ได้แก่ สองหลักท้ายของปีปฏิทิน รหัสสองหลักของหน่วยงานภาษีระดับมณฑลที่ดูแลผู้ออกเอกสาร หนึ่งหลักสำหรับช่องทางการออกและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และเลขลำดับอีกสิบห้าหลัก
โครงสร้างนี้อธิบายความยาวของเลขได้ แต่ไม่ได้บอกชื่อจดทะเบียนบริษัท บัญชีธนาคาร หรือประวัติการค้า เลขนำหน้าใช้แทนการค้นหาผู้ขายไม่ได้ และการมีปีหรือจำนวนหลักที่ดูถูกต้องก็ยังไม่ยืนยันว่ามีใบกำกับภาษีนั้นอยู่ในระบบภาษีจริง
สมมติว่าอีเมลมีเพียงเลข 20 หลักโดยไม่มีไฟล์แนบ การนับหลักบอกได้แค่ว่ารูปแบบดูสอดคล้องกับที่คาดไว้ แต่ไม่บอกวันที่ออก ยอดเงิน ผู้ขายตรงกับคู่สัญญาหรือไม่ หรือสำเนาถูกแก้ไขหรือเปล่า ควรขอใบกำกับภาษีก่อนพยายามเติมข้อมูลที่ขาดเอง
เตรียมข้อมูลสำหรับค้นหา
คู่มือใช้งานของแพลตฟอร์มระดับประเทศแยกชุดข้อมูลที่ใช้บ่อยไว้ดังนี้ ตารางนี้ครอบคลุมใบกำกับภาษีธุรกิจทั่วไป ส่วนเอกสารเฉพาะด้านการขนส่งและยานพาหนะมีข้อกำหนดของตนเอง
| รูปแบบใบกำกับภาษี | ข้อมูลที่ต้องเตรียม |
|---|---|
| ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มประเภททั่วไปหรือประเภทเฉพาะ แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ | เลขที่ 20 หลัก วันที่ออก และยอดรวมภาษี |
| ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทเฉพาะรูปแบบเดิม รวมถึงแบบอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเดิม | รหัสใบกำกับภาษี เลขที่ 8 หลัก วันที่ออก และยอดไม่รวมภาษี |
| ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มประเภททั่วไปรูปแบบเดิม รวมถึงแบบอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเดิม | รหัสใบกำกับภาษี เลขที่ 8 หลัก วันที่ออก และหกหลักท้ายของรหัสตรวจสอบ |
ใบกำกับภาษีกระดาษที่ออกผ่านแพลตฟอร์มบริการใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ก็ต้องทำตามคำแนะนำของประเภทนั้น โดยเฉพาะใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มประเภททั่วไปแบบกระดาษจากแพลตฟอร์มนี้ คู่มือทางการให้ใช้หกหลักท้ายของเลขที่ใบกำกับภาษีในส่วนรหัสลับเป็นข้อมูลรหัสตรวจสอบ ข้อยกเว้นนี้เป็นเหตุผลให้ต้องอ่านเอกสารให้ละเอียด ไม่ใช่กติกาสำหรับสร้างรหัสตรวจสอบขึ้นมาเองบนใบกำกับภาษีทุกชนิด
ใช้ยอดเงินตามชื่อช่องที่แบบฟอร์มร้องขอ 价税合计 คือยอดรวมภาษี ส่วน 金额 เป็นช่องจำนวนเงิน ต้องแยกยอดรวม ยอดภาษี และยอดแต่ละรายการออกจากกัน อย่าใช้ยอดโอนธนาคาร ยอดที่แปลงเป็นสกุลเงินอื่น หรือยอดในใบสั่งซื้อแทน
ตัวอย่างสมมติ: เอกสารระบุจำนวนเงิน 1,000 RMB ภาษี 60 RMB และยอดรวม 1,060 RMB ตัวเลขนี้ใช้ฝึกอ่านเอกสารเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าอัตราภาษีใดถูกต้องสำหรับสินค้าที่คุณซื้อ ความต่างของยอดเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการคัดลอกยอดแรกที่เจออาจผิดช่อง จึงต้องยึดชื่อยอดที่ระบบต้องการจากใบกำกับภาษีจริง
ถ้ามีแค่เลขที่ ให้ขอข้อมูลจากผู้ขายอย่างเจาะจง การขอเอกสารฉบับเต็มมักชัดเจนกว่าการขอภาพหน้าจอใหม่ทีละช่องที่ขาด
กรุณาส่งไฟล์ฟาเพี่ยวต้นฉบับที่เห็นประเภทเอกสาร เลขที่ครบถ้วน วันที่ออก และช่องจำนวนเงิน รวมทั้งชื่อจดทะเบียนและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย หากเป็นรูปแบบเดิม โปรดแนบรหัสใบกำกับภาษีและรหัสตรวจสอบในกรณีที่เอกสารประเภทนั้นมีด้วย
หากหาช่องรหัสตรวจสอบไม่พบ ดูคู่มือรหัสตรวจสอบใบกำกับภาษีของเรา ตัวเลขที่พิมพ์บนใบกำกับภาษีเป็นคนละอย่างกับ CAPTCHA ที่เว็บไซต์ตรวจสอบแสดง
เก็บตัวเลขให้ครบทุกหลัก
ข้อผิดพลาดตอนเตรียมข้อมูลมักเรียบง่ายกว่าการพบเอกสารปลอม เช่น ศูนย์นำหน้าหาย ภาพหน้าจอตัดตัวเลขท้ายออก หรือเพื่อนร่วมงานคัดลอกเลขจากชื่อไฟล์แทนเอกสาร ก่อนส่งข้อมูลควรเทียบค่ากับช่องต้นฉบับ
-
เก็บศูนย์นำหน้าไว้ เลขตัวอย่าง 8 หลักอย่าง
00123456ต้องมีแปดหลักเหมือนเดิม การตัดศูนย์สองตัวแรกทำให้เลขระบุเอกสารเปลี่ยนไป - เก็บเลขระบุเอกสารเป็นข้อความ หากย้ายข้อมูลผ่านสเปรดชีตหรือระบบจัดซื้อ ให้ตรวจค่าที่บันทึกหลังนำเข้าและส่งออก การแสดงเลขยาวในรูปแบบย่อไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าตัวเลขยังอยู่ครบ
- คัดลอกข้อมูลให้ครบหนึ่งช่อง ลบการขึ้นบรรทัดที่ติดมาจากการคัดลอกได้ แต่อย่าลบตัวเลขเพื่อให้พอดีช่อง ช่องที่ดูสั้นเกินไปอาจเป็นของใบกำกับภาษีอีกประเภทหนึ่ง
- เทียบข้อมูลที่อ่านจากไฟล์กับต้นฉบับ หากอัปโหลดไฟล์ ให้ตรวจเลขที่ วันที่ และจำนวนเงินก่อนส่งค่าตรวจสอบ ข้อมูลที่ระบบอ่านได้เป็นข้อมูลนำเข้า ไม่ใช่ผลตรวจสอบ
เก็บชื่อไฟล์เดิมไว้หากช่วยจัดระเบียบเอกสาร แต่อย่าใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเลขที่หลัก เพราะผู้ขายหรือระบบอีเมลอาจเปลี่ยนชื่อไฟล์แนบได้ ควรเก็บเลขอ้างอิงใบกำกับภาษี ไฟล์ต้นฉบับ และเลขอ้างอิงการซื้อไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้อื่นตรวจซ้ำได้
ตรวจบริษัทผู้ออกเอกสาร
การตรวจใบกำกับภาษีกับการค้นหาบริษัทตอบคนละเรื่อง อย่างแรกตรวจข้อมูลเอกสาร ส่วนอย่างหลังช่วยระบุว่าคุณกำลังทำธุรกิจกับนิติบุคคลใด จุดเชื่อมระหว่างสองอย่างคือข้อมูลผู้ขายที่พิมพ์บนใบกำกับภาษี

ตามกฎเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงานภาษีจีน นิติบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับรหัสเครดิตสังคมแบบรวม หรือ USCC แล้ว จะใช้รหัส 18 อักขระนั้นเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จึงสามารถใช้เลขภาษีบนใบกำกับภาษีของบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ช่วยค้นหาข้อมูลจดทะเบียนได้ด้วย
คัดลอกชื่อจดทะเบียนภาษาจีนและเลขเต็มของผู้ขายไว้คู่กัน หากมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจของผู้ขาย ให้เทียบข้อมูลสองช่องนี้ ชื่อทางการค้าภาษาอังกฤษหรือชื่อร้านบนแพลตฟอร์มอาจช่วยให้จำธุรกิจได้ แต่ไม่ควรใช้แทนตัวตนที่จดทะเบียนในการเปรียบเทียบนี้
หากชื่อบริษัทบนใบกำกับภาษีต่างจากชื่อในสัญญาซื้อขาย ให้เก็บทั้งสองเอกสารและขอให้ผู้ขายชี้แจงว่าใครเป็นผู้ขายสินค้า ใครออกใบกำกับภาษี และเหตุใดบทบาทจึงแยกกัน อย่าแก้ความไม่ตรงกันด้วยการเลือกชื่อที่คุ้นกว่า แม้ความสัมพันธ์นั้นถูกต้อง ก็ต้องชัดเจนพอสำหรับบันทึกการจัดซื้อ
คุณใช้ระบบค้นหาบริษัทของ ChinaValidateเพื่อตรวจบริษัท และอ่านคู่มือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบริษัทจีนเมื่อไม่แน่ใจเรื่องเลขระบุบริษัทได้ การพบข้อมูลบริษัทตรงกันไม่ได้ยืนยันว่าใบกำกับภาษีแท้ และการตรวจใบกำกับภาษีตรงกันก็ไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีธนาคารเป็นของผู้ขาย
เลือกการตรวจสอบให้ตรงประเภท
เมื่อเตรียมข้อมูลครบ ให้เปิดแพลตฟอร์มตรวจสอบใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มแห่งชาติ หรือใช้เครื่องมือตรวจสอบใบกำกับภาษีของ ChinaValidateสำหรับประเภทที่เครื่องมือรองรับ บน ChinaValidate เริ่มได้จากการอัปโหลดหรือกรอกข้อมูลเอง ควรตรวจประเภทเอกสารที่ระบบอ่านได้และข้อมูลทุกช่องก่อนดำเนินการ
อ่านข้อมูลที่ได้รับกลับมาควบคู่กับไฟล์ที่ได้รับ และเก็บผลพร้อมเวลาตรวจไว้กับไฟล์นั้น แพลตฟอร์มทางการอธิบายบริการว่าเป็นการตรวจข้อมูลบนหน้าใบกำกับภาษี ผลจึงเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์เกี่ยวกับเอกสาร ไม่ใช่ข้อสรุปครอบคลุมทุกด้านของผู้ขายหรือการซื้อ
หากแบบฟอร์มไม่รับข้อมูล ให้กลับไปตรวจประเภทเอกสาร เลขที่ครบถ้วน และข้อมูลประกอบที่ต้องใช้จากต้นฉบับก่อนลองใหม่ หากค้นหาสำเร็จแต่ไม่พบรายการหรือข้อมูลไม่ตรง ให้เก็บผลและขอให้ผู้ออกเอกสารตรวจสอบ อย่าเปลี่ยนเลขหรือยอดเงินไปเรื่อย ๆ จนพบผลที่ตรงกัน คู่มือตรวจฟาเพี่ยวฉบับเต็มของเราอธิบายกระบวนการตรวจสอบโดยรวมเพิ่มเติม
สิ่งที่ควรส่งต่อให้เพื่อนร่วมงานคือชุดข้อมูลสั้น ๆ ที่ตรวจย้อนกลับได้ ได้แก่ ใบกำกับภาษีต้นฉบับ เลขที่ใช้จริง ผลค้นหา และข้อมูลผู้ขายที่นำมาเทียบ ชุดข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าตรวจอะไรไปแล้ว โดยไม่สับสนเลขใบกำกับภาษีกับเลขบริษัท หรือการตรวจรูปแบบกับหลักฐานยืนยันความแท้