เลขทะเบียนบริษัทจีน
เลือกเลขที่ถูกต้องจากเอกสารผู้จัดหาจีน เชื่อมเลขทะเบียนเก่ากับ USCC ปัจจุบัน และจัดการแบบฟอร์มที่ไม่รับรหัส
ค้นหาด้วยชื่อจดทะเบียนภาษาจีนหรือ USCC แล้วเลือกบริษัทที่ตรงกับคู่ค้าของคุณ

แบบฟอร์มขอเลขทะเบียนบริษัทของผู้จัดหาจีน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจมีรหัส 18 ตัวอักษร สัญญาเก่ามีเลข 15 หลัก และด้านบนของใบกำกับภาษีมีเลขอีกชุดหนึ่ง ให้เริ่มจากชื่อช่องที่อยู่ข้างแต่ละค่า เลขเหล่านี้ระบุคนละสิ่ง แม้ผู้จัดหาจะเรียกทั้งหมดว่า “เลขทะเบียน” ก็ตาม
สำหรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจปัจจุบันของบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ รหัสเครดิตสังคมแบบรวม หรือ USCC เป็นรหัสหลักที่ระบุตัวบริษัท เลขทะเบียนธุรกิจเก่าต้องมีหลักฐานย้อนหลังเชื่อมโยงกับรายการทะเบียนปัจจุบัน ส่วนเลขใบกำกับภาษีหรือเลขอ้างอิงใบรับรองระบุเอกสารแต่ละฉบับ จึงไม่ควรใช้แทนรหัสบริษัทในแฟ้มผู้จัดหา
คู่มือนี้ช่วยผู้ซื้อเลือกเลขที่ถูกต้อง เชื่อมโยงเอกสารเก่า และจัดการแบบฟอร์มที่ไม่รับค่ารหัส เนื้อหาเกี่ยวกับการระบุธุรกิจที่มีอยู่แล้วในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่การจดทะเบียนบริษัทใหม่
อ่านชื่อช่องก่อน
ก่อนคัดลอกเลข ให้หาเอกสารฉบับเต็มและชื่อบริษัทก่อน ภาพที่ตัดมาเพียงมุมหนึ่งอาจทำให้ชื่อช่องซึ่งแยกเลขใบกำกับภาษีออกจากรหัสผู้เสียภาษีของผู้ขายหายไป หากเป็นภาพถ่าย ให้ดูต้นฉบับในขนาดที่อ่านได้ แทนการพึ่งข้อความที่ดึงจากตัวอย่างอีเมลอย่างเดียว
| ชื่อช่องภาษาจีน | ความหมาย | สิ่งที่เลขระบุ |
|---|---|---|
| 统一社会信用代码 | รหัสเครดิตสังคมแบบรวม | องค์กรที่จดทะเบียน ใช้ค่าครบ 18 ตัวอักษรเมื่อค้นหาบริษัทปัจจุบัน |
| 注册号 | เลขทะเบียน | ในใบอนุญาตเก่า อาจเป็นเลขทะเบียนธุรกิจเดิม 15 หลัก |
| 纳税人识别号 | เลขประจำตัวผู้เสียภาษี | ผู้เสียภาษีที่ระบุในฝั่งผู้ซื้อหรือผู้ขายของใบกำกับภาษีหรือเอกสารภาษี |
| 发票号码 | เลขใบกำกับภาษี | ใบกำกับภาษีฉบับหนึ่ง ไม่ใช่บริษัทผู้ออกเอกสาร |
| 证书编号 | เลขใบรับรอง | ใบรับรองฉบับหนึ่ง ต้องทราบผู้ออกและชนิดใบรับรองก่อนใช้ |
คงชื่อช่องภาษาจีนไว้เพราะเป็นข้อความที่เห็นในเอกสารต้นทาง คำแปลภาษาอังกฤษอาจต่างกันระหว่างแพลตฟอร์ม Business license number, company ID และ registration code อาจหมายถึง USCC แต่ต้องยืนยันความสัมพันธ์จากเอกสารและข้อกำหนดของแบบฟอร์มปลายทาง

รหัสบริษัทปัจจุบัน
USCC ปรากฏบนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสมัยใหม่ร่วมกับข้อมูลจดทะเบียนของบริษัท มาตรการบริหาร USCC ของจีน ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าเป็นรหัสเฉพาะไม่ซ้ำกันทั่วประเทศและผูกกับองค์กรตลอดอายุ กำหนดให้องค์กรหนึ่งมีรหัสหนึ่งและแสดงรหัสบนใบอนุญาต
เมื่อต้องระบุผู้จัดหา ให้คัดลอกครบ 18 ตัวอักษรและเก็บพร้อมชื่อจดทะเบียนภาษาจีนที่ตรงทุกตัว อย่าลบตัวอักษรภาษาอังกฤษเพราะแบบฟอร์มเรียกช่องนั้นว่า “เลข” อย่าใช้เฉพาะตัวท้ายหรือปล่อยให้สเปรดชีตนำค่าไปคำนวณ รหัสเป็นข้อมูลระบุตัวตนที่ต้องรักษา ไม่ใช่จำนวนเงินที่ต้องจัดรูปแบบ
ชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดอื่นของบริษัทอาจเปลี่ยน แต่รหัสยังผูกกับองค์กรเดิม สิ่งนี้ช่วยเชื่อมโยงเอกสารต่างวันที่ แต่ไม่ได้ทำให้นิติบุคคลในกลุ่มเดียวกันใช้แทนกันได้ บริษัทแม่ บริษัทลูก และผู้ร่วมรายการที่จดทะเบียนอื่นต้องมีการระบุตัวตนแยกกันเมื่อเกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อ
การตรวจรูปแบบและตัวตรวจสอบของ USCC ช่วยพบข้อผิดพลาดในการคัดลอกบางประเภท ผลผ่านไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ขายในใบเสนอราคาเป็นเจ้าของรหัสนั้น ขั้นต่อไปคือค้นหาบริษัทและเทียบชื่อภาษาจีนที่ได้กับเอกสารต้นทาง
เลขทะเบียนเดิม
ก่อนการปฏิรูปรหัสแบบรวม เอกสารบริษัทอาจมีรหัสแยกสำหรับทะเบียนธุรกิจ องค์กร และภาษี ประกาศการพิมพ์ใบอนุญาตประกอบธุรกิจปี 2015 บันทึกการเปลี่ยนช่องเลขทะเบียน 15 หลักเป็นช่อง USCC 18 ตัวอักษรสำหรับใบอนุญาตบริษัทในขอบเขตประกาศ พร้อมเปลี่ยนชื่อช่องภาษาจีนที่พิมพ์
ด้วยเหตุนี้ ใบอนุญาตในแฟ้มเก่าอาจดูต่างจากสำเนาปัจจุบันโดยไม่ได้เป็นของปลอม ประเด็นสำคัญคือเอกสารแต่ละฉบับออกเมื่อใด และบริษัทในเอกสารเชื่อมกับทะเบียนปัจจุบันได้หรือไม่ เลขเก่าเป็นข้อมูลอ้างอิงย้อนหลัง การพบเลขในสัญญาเก่าเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันสถานะวันนี้
เลขทะเบียนเดิมไม่ใช่ USCC แบบย่อ แผนรหัสแบบรวมของคณะรัฐมนตรีจีน อธิบายเลขทะเบียนเดิมว่าแบ่งเป็นส่วนหน่วยงานทะเบียน ลำดับ และเลขตรวจสอบ ส่วนรหัสองค์กรที่ใช้ในระบบใหม่อธิบายแยกต่างหาก ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน
อย่าเติมคำนำหน้าเลขเดิม ใช้เฉพาะเก้าหลักท้าย หรือคำนวณตัวท้ายใหม่เพื่อ “แปลง” รหัส ให้ขอใบอนุญาตปัจจุบันหรือหารายการที่เชื่อมข้อมูลบริษัทในอดีตกับรหัสปัจจุบันอย่างชัดเจน เลขที่สร้างจากสูตรไม่ใช่หลักฐานว่าหน่วยงานทะเบียนออกเลขอะไรจริง
ช่อง 15 หลักสองชนิด
การดูความยาวเพียงอย่างเดียวทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายในแฟ้มย้อนหลัง แผนคณะรัฐมนตรีฉบับเดียวกันอธิบายเลขผู้เสียภาษีเดิมที่ประกอบด้วยส่วนเขตการปกครองกับรหัสองค์กร และอธิบายเลขทะเบียนธุรกิจ 15 หลักด้วย ทั้งสองอาจมี 15 หลักเท่ากัน แต่ระบุบริษัทผ่านระบบบริหารต่างกัน
อ่านทั้งหัวเอกสารและชื่อช่อง เลขบนหนังสือจดทะเบียนภาษีเก่าควรเก็บเป็นเลขผู้เสียภาษีเดิม ส่วนเลขข้าง 注册号 บนใบอนุญาตเก่าควรคงคำอธิบายว่าเป็นเลขทะเบียน การเรียกทั้งสองว่า “รหัสบริษัทเก่า” ทำให้สูญเสียข้อแตกต่างที่จำเป็นต่อการเทียบข้อมูล
สำหรับบริษัททั่วไปในปัจจุบัน USCC อาจปรากฏในช่องเลขผู้เสียภาษีด้วย การใช้ค่าเดียวกันไม่ได้เปลี่ยนเลขภาษีในอดีตทุกเลขให้เป็นเลขทะเบียนธุรกิจ คู่มือ USCC และเลขภาษี อธิบายความสัมพันธ์ในเอกสารภาษี ส่วนคู่มือรหัสองค์กรกล่าวถึงรหัสเดิมเก้าตัวอักษร
เชื่อมรายการเก่ากับปัจจุบัน
สมมติว่าทีมจัดซื้อกลับมาเปิดแฟ้มผู้จัดหา ข้อตกลงเก่าแสดงเลขทะเบียน แต่ใบอนุญาตใหม่แสดง USCC และชื่อบริษัทภาษาจีนที่ต่างเล็กน้อย ทีมควรเก็บทั้งสองฉบับแล้วเทียบชื่อ วันที่ ที่อยู่ และรายการเปลี่ยนชื่อที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเขียนทับรหัสบนข้อตกลงเก่า
- บันทึกหลักฐานเก่า เก็บเลขที่ถูกต้อง ชื่อช่องภาษาจีน ชื่อบริษัท และวันที่เอกสาร ถ้าอ่านตัวอักษรไม่ได้ให้ระบุว่ายังไม่ทราบ แทนการเลือกตัวเลขที่สะดวก
- ขอข้อมูลตัวตนปัจจุบัน ขอใบอนุญาตปัจจุบัน พร้อมชื่อภาษาจีนและ USCC ในรูปข้อความ ตรวจว่าข้อความตรงกับภาพ
- ค้นหาบริษัท ค้นด้วยชื่อเต็มหรือ USCC แล้วเทียบองค์กรที่ได้ บางหน้าของหน่วยงานรัฐรับเลขทะเบียน ให้ใช้เฉพาะเมื่อหน้าจอระบุทางเลือกนี้ชัดเจน
- ยืนยันความเชื่อมโยง ใช้ข้อมูลทะเบียนหรือการเปลี่ยนชื่อที่เกี่ยวข้องอธิบายว่าแฟ้มเก่าเชื่อมกับบริษัทปัจจุบันอย่างไร ถ้าข้อมูลที่มีไม่พอ ให้ขอหลักฐานเฉพาะที่เชื่อมทั้งสอง
รายละเอียดตรงกันหลายข้อช่วยค้นหารายการที่ถูกต้องได้ แต่การใช้สถานที่หรือพนักงานร่วมกันไม่พิสูจน์ความต่อเนื่องทางกฎหมาย หากผู้จัดหาอธิบายว่าบริษัทใหม่รับคำสั่งซื้อแล้ว ให้ระบุบริษัทใหม่แยกต่างหาก ประเด็นจะเป็นการเปลี่ยนคู่สัญญา ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนเลขบนใบอนุญาตเดิม

ถ้าต้องการผลที่ออกโดยหน่วยงานหรือเอกสารในแฟ้มทะเบียน คู่มือเอกสารทะเบียนบริษัท อธิบายช่องทางและเงื่อนไขการเข้าถึง การค้นหาบริษัททั่วไปกับการขอเอกสารทะเบียนต้นทางเป็นคนละบริการ
เลขหนึ่งชุดในเอกสารสามฉบับ
สมมติว่าผู้จัดหาที่กำลังพิจารณาส่งใบอนุญาตปัจจุบัน ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และใบรับรองผลิตภัณฑ์มาให้ ใบอนุญาตแสดงชื่อบริษัทกับ USCC ในใบกำกับภาษี ค่าเดียวกันอยู่ในช่องผู้เสียภาษีของผู้ขาย ส่วนอีกเลขระบุใบกำกับภาษีเอง ใบรับรองผลิตภัณฑ์มีเลขอ้างอิงของตนอีกชุด นี่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบเอกสาร ไม่ใช่กรณีผู้จัดหาจริง
การเทียบที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องให้เลขที่เด่นที่สุดบนทั้งสามฉบับเหมือนกัน ให้เทียบรหัสบริษัทในจุดที่มี แล้วตรวจชื่อทางกฎหมายและบทบาท ใบรับรองผลิตภัณฑ์อาจระบุผู้ผลิต ผู้ยื่นคำขอ หรือผู้ถือรายอื่น เลขใบรับรองใช้ในการตรวจใบรับรอง ไม่ได้บอกว่าบริษัทใดจะทำสัญญากับคุณ
หากรหัสผู้ขายในใบกำกับภาษีนำไปสู่อีกบริษัทหนึ่ง อย่าอธิบายต่อว่าเป็นปัญหารูปแบบเลข ให้ตรวจทั้งสององค์กรและถามว่าใครออกใบกำกับภาษีและเพราะอะไร ถ้าเพียงเลขใบกำกับภาษีต่างกัน แต่ตัวตนผู้ขายตรงกัน นั่นเป็นความแตกต่างที่คาดได้ เพราะใบกำกับภาษีแต่ละฉบับต้องมีเลขเอกสารของตนเอง
ข้อแตกต่างนี้ช่วยให้ขอแก้ไขได้ตรงจุด ระบุให้ผู้จัดหายืนยันเลขผู้เสียภาษีของผู้ขาย ผู้ถือใบรับรอง หรือ USCC ปัจจุบันอย่างชัดเจน คำว่า “กรุณาแก้เลขบริษัท” คลุมเครือเมื่อแฟ้มมีหลายรหัสที่ถูกต้อง คำขอที่เจาะจงช่วยไม่ให้แก้ผิดช่อง และอธิบายแก่ผู้อนุมัติข้อมูลได้ชัดขึ้น
ค่าที่แบบฟอร์มไม่รับ
การถูกปฏิเสธไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเลขบริษัทใช้ไม่ได้ ตรวจประเทศที่เลือก ประเภทองค์กร และรหัสที่แบบฟอร์มต้องการ ช่องที่ตั้งไว้สำหรับเขตอำนาจอื่นหรือเอกสารแบบเก่าอาจไม่รับรหัสปัจจุบันครบชุด ให้เก็บเลขต้นฉบับไว้ขณะหาข้อสรุปเรื่องแบบฟอร์ม
กฎของบริการจริงอาจต่างกันตามประเภทองค์กร เช่น คำแนะนำข้อมูลผู้สมัครที่ WeChat Pay เผยแพร่ แยกรูปแบบเลขใบอนุญาตที่รับสำหรับบริษัทและผู้ประกอบการรายบุคคล นี่เป็นเหตุผลให้ต้องอ่านคำแนะนำของผู้รับ ไม่ใช่กฎสำหรับทุกพอร์ทัลผู้จัดหาต่างประเทศ
ถ้าแบบฟอร์มรับเฉพาะตัวเลข อย่าลบตัวอักษร ถ้ารับได้สั้นกว่า อย่าตัดรหัส ถามผู้รับว่าต้องกรอกรหัสบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ฉบับเต็มในช่องใด และต้องมีเอกสารแนบหรือคำอธิบายหรือไม่ เก็บคำตอบไว้กับรายการส่ง เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมงานต้องใช้วิธีเฉพาะหน้าซ้ำ
สามารถชี้แจงว่า “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจจีนฉบับปัจจุบันของผู้จัดหาแสดง USCC จำนวน 18 ตัวอักษร กรุณายืนยันช่องที่ต้องกรอกค่าครบ และต้องใช้เลขทะเบียนย้อนหลังด้วยหรือไม่” ข้อความนี้บอกความไม่ตรงกันโดยไม่อ้างว่าระบบปลายทางต้องยอมรับเอกสารชนิดใดโดยเฉพาะ
ตรวจบริษัทที่อยู่เบื้องหลังรหัส
เมื่อรหัสชัดเจนแล้ว ใช้การค้นหาบริษัทของ ChinaValidate ระบุบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่และดูข้อมูลที่มี หากมีเพียงภาพใบอนุญาต เครื่องมือตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ช่วยดึงและเทียบช่องข้อมูลที่มีได้ ตรวจผลที่อ่านจากภาพก่อนใช้ข้อแตกต่างที่ระบบรายงาน
บนใบกำกับภาษี ให้เทียบชื่อกับรหัสผู้เสียภาษีของผู้ขายกับผู้จัดหาที่กำลังตรวจ รหัสผู้ซื้อเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ส่วนเลขใบกำกับภาษีเป็นของเอกสาร การตรวจใบกำกับภาษีกับการค้นหาบริษัทช่วยเสริมกันได้ แต่การนำเลขใบกำกับภาษีไปค้นบริษัทไม่ใช่การทำงานใดงานหนึ่งอย่างถูกต้อง
เก็บข้อมูลบริษัทปัจจุบันหนึ่งชุดในแฟ้มผู้จัดหา ได้แก่ ชื่อทางกฎหมายภาษาจีนที่ตรวจแล้ว USCC ครบชุด และวันที่ค้นหา เก็บเลขทะเบียนกับเลขภาษีเก่าในช่องย้อนหลังที่ตั้งชื่อชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้ผู้ตรวจอ่านสัญญาเก่าได้ โดยไม่ปล่อยให้เลขล้าสมัย เลขใบรับรอง หรือบริษัทในเครือรายใหม่กลายเป็นตัวตนที่ใช้กับคำสั่งซื้อครั้งถัดไปโดยไม่รู้ตัว